ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot
ใบอนุญาตททท เลขที่ 11/03355
dot
bulletเกี่ยวกับบริษัท
bulletท่องเที่ยวต่างประเทศ
bulletท่องเที่ยวแบบกลุ่มคณะ
bulletท่องเที่ยวแบบแพ็คเกจทัวร์
dot
dot
bulletเรือคุณแม่
bulletเรือริเวอร์ไซด์
bulletเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส
bulletเรือเจ้าพระยาครุยส์
bulletเรือแกรนด์เพิร์ล
bulletเรือสองฝั่งคลอง
bulletเรือแว่นฟ้า
bulletเรือลอยนาวา
bulletเรือมโนราห์
bulletเรือแม่ย่านางไม้
dot
dot
bulletสถานที่ทำพาสปอร์ตในไทย
bulletสถานฑูตประเทศต่างๆในไทย
bulletสายการบินต่างๆในไทย
bulletประเทศกลุ่มสัญญาเชงเก็น
bulletประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletเตรียมตัวก่อนเดินทาง
bulletทวีปเอเชีย
bulletประเทศญี่ปุ่น ไม่ต้องยื่นวีซ่า
bulletประเทศฝรั่งเศส
bulletประเทศเยอรมัน
bulletทวีปยุโรป
bulletประเทศสวิตเซอร์แลนด์
bulletประเทศออสเตรเลีย
bulletประเทศอิตาลี
bulletประเทศอียิปต์
bulletทวีปอเมริกา
bulletเวลาทั่วโลก
bulletทวีปออสเตรเลีย
bulletตะวันออกกลาง
bulletทวีปแอฟริกา




dot
ทัวร์เวียดนาม article

สอบถามโปรแกรมทัวร์เพิ่มเติม โทร : 02-939-8500   หรือ E-mail : info@vacation-choice.com พนักงาน วาเคชั่น ช้อยส์ ยินดีให้บริการทุกท่าน

CODE

PROGRAM

PRICE

PERIOD

 VN01-QR25

ฮานอย-ฮาลอง 3 วัน 2 คืน QR  ดูโปรแกรมเต็มคลิ๊ก

เริ่ม 11,900

สอบถาม

VN02-QR25

ฮานอย-ฮาลอง-นิงห์บิงห์ 4 วัน 3 คืน QR  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก

14,900

 

VN03-VN25

ฮานอย-ฮาลอง 4 วัน 3 คืน VN  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก//(ไปเช้า-กลับเช้า),(ไปเย็น-กลับเย็น)

เริ่ม 13,900

 

VN04-QR25

นครโฮจิมินห์-เมืองตากอากาศหวุงเต่า-อุโมงค์กู๋จี 4 วัน 3 คืน QR  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก 

11,900

 

VN05-QR25

โฮจิมินห์-ดาลัด 4 วัน 3 คืน QR  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก

เริ่ม16,900

 

VN06-QR25

เที่ยวครบ ฮานอย-ฮาลอง-เว้-ดานัง-ฮอยอัน-โฮจิมินห์ 6 วัน 5 คืน QR  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก

เริ่ม19,999

สอบถาม

VN07-QR25

โปรโมชั่น นครโฮจิมินห์-เมืองตากอากาศหวุงเต่า-อุโมงค์กู๋จี 4 วัน 3 คืน QR  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก 

9,999

สอบถาม

VN08-FD25

ฮานอย-ฮาลอง 3 คืน4 วัน  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก

เริ่ม 12,900

สอบถาม

VN09-QR152

ฮานอย-ฮาลอง 3 วัน  ดูโปรเเกรมเต็มคลิ๊ก

เริ่ม 14,900

 

 เวียดนาม

เวียดนาม (Vietnam) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เวียดนามเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออก
ที่มาของชื่อ                   ประเทศเวียดนาม  คำว่า "เวียด" เป็นมาจากภาษาจีน แปลว่า ไกลออกไกล

                                    หรือ เดินทางผ่านไป คำว่าเวียดหมายถึงประเทศหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากจีน

                                    และฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ  ส่วน "นาม" แปลว่า ทิศใต้ ดังนั้นชื่อเวียดนามชื่อ

                                    ว่าดินแดนทางตอนใต้ของชาวเวียด หรือ ดินแดนที่ชาวเวียดนามอาศัยอยู่

ชาวเวียดนามเป็นเผ่าที่รู้จักกันมาแต่โบราณ เป็นพวกที่ชอบล่าสัตว์และอพยพโยกย้ายถิ่นฐานอยู่เสมอประวัติศาสตร์อันยาวนานของผู้บุกรุกชาวต่างชาติ ได้เรียกชื่อเวียดนามไปต่างๆมากมายหลายชื่อนับตั้งแต่ พ.ศ. 1835 มาร์โคโปโลได้แล่นเรือเรียบชายฝั่งเวียดนามได้บันทึกว่า เกากิกุ (Caugigu)เรียกว่า ยาวจิกวาน (Giao Chi Quan) ชาวมาเลย์ เรียกว่า กุตชิ (Kutchi) ชาวญี่ปุ่น เรียกว่า ก็อตซิ (Kotchi)ต่อมาในยุคล่าอาณานิคมฝรั่งเศสเรียกชื่อส่วนที่เป็นประเทศเวียดนามในคาสมุทรอินโดจีนว่า
"แคว้นตังเกี๋ย อานนาม และ โคชินไซน่า"

เมืองหลวง:                   ฮานอย 

ภาษาราชการ:               ภาษาเวียดนาม  นอกจากนั้นแต่ละชนกลุ่มน้อยยังใช้ภาษาเฉพาะของชน

                                    เผ่า ส่วนภาษาต่างประเทศที่นิยมเรียนคือ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน

ศาสนา                          ส่วนใหญ่ชาวเวียดนามนับถือศาสนาพุทธ นิกายมหายานสูงถึงร้อยละ 70

                                    ของจำนวนประชากร ร้อยละ 15 นับถือศาสนาคริสต์ ที่เหลือนับถือลัทธิ

                                    ขงจื้อ มุสลิม

สกุลเงิน:                       ด่อง (อังกฤษ:Dong,เวียดนาม đồng) (VND) คือหน่วยเงินของเวียดนามที่ใช้ในประเทศเวียดนาม อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 400-500 ด่องต่อบาท หรือ ประมาณ 16,000 ด่องต่อดอลลาร์สหรัฐ

รูปแบบที่ใช้ มีทั้งเหรียญและ ธนนบัตร ของเวียดนามโดยมีราคาดังนี้

*    เหรียญ มีราคา 200 ด่อง 500 ด่อง 1,000 ด่อง 2,000 ด่อง และ 5,000

     ด่อง

*    ธนบัตร มีราคา 1,000 ด่อง 2,000 ด่อง 5,000 ด่อง 10,000 ด่อง

     20,000 ด่อง 50,000 ด่อง 100,000 ด่อง 200,000 ด่อง และ 500,000

     ด่อง

แม้ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต้องใช้เงินด่อง แต่ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป โรงแรมเวียดนาม ร้านอาหารเวียดนาม ร้านขายของที่ระลึก ก็ยังคงรับเงิน ยูเอส เราสามารถแลกเปลียนเงินได้ที่ สนามบินเวียดนาม หรือ ธนาคาร โรงแรม และ ร้านที่ได้รับอนุญาติมให้แลกเงิน ร้านเหล่านี้จะเขียนอักษรสีทอง ว่า "Hieu Vang" หรือ "Hieu Kim Hoan"

สภาพภูมิศาสตร์           เวียดนามมีที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ 2 ตอน คือ ตอนเหนือ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำแดง และตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง มีที่ราบสูงตอนเหนือของประเทศ และยังเป็นภูมิภาคที่มี เขาฟาน ซี ปัง(Phan Xi Păng) ซึ่งเป็นภูเขาที่สูง 3,143 เมตร (10,312 ft) ตั้งอยู่ในจังหวัดเล่าไค เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน

ภูมิอากาศ                 เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของเวียดนามเปิดโล่งรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศเวียดนามมีโอกาสรับลมมรสุมและพายุหมุนเขตร้อน เวียดนามจึงมีฝนตกชุกในฤดูหนาว สามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง (ฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ)

                             เวียดนาม มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น และชื้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย  ช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม อากาศค่อนข้างร้อนจัด

ไฟฟ้า                           ประเทศเวียดนามใช้ระบบ 220 โวลต์ 50 ไซเคิล

ปลั๊กไฟสำหรับเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นแบบสองขากลม

เวลา                             เวลาประเทศเวียดนามเท่ากับเวลาประเทศไทย ลาว กัมพูชา มีเวลาเร็วกว่าเวลามาตราฐานที่กรีนนิช

7 ชั่วโมง  ดวงอาทิตย์ตกเร็วในฤดูหนาวราว 17.30 น. และ ตกช้าในฤดูร้อนราว 19.30-20.00 น.

ศุลกากร                       สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าเวียดนาม ได้ไม่เกิน 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ

นำเข้าบุหรี่ได้ไม่เกิน 200 มวน และแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 2 ลิตร

เวียดนาม มีกฏหมายห้ามนำเข้าหนังสือที่มีข้อความต่อต้านรัฐบาล สื่อลามกอนาจาร อาวุธปืน และห้ามนำออกวัตถุโบราณจาก

การเดินทาง                  รถแท็กซี่ของสนามบิน ระหว่างสนามบินนอยไบ-ใจกลางกรุงฮานอยคิดในอัตราประมาณ 10-12 ดอลลาร์สหรัฐ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 40 -45 นาที  แท็กซี่ในกรุงฮานอยส่วนใหญ่เป็นแท็กซี่มิเตอร์ คิดอัตราเริ่มต้นที่ 13,000 ด่อง และมีบริการรถจักรยานยนต์อยู่ทั่วไป การขับขี่พาหนะและการข้ามถนนในกรุงฮานอยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบการจราจรยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

อาหารและน้ำดื่ม          กรุงฮานอยมีตลาดสดหลายแห่ง ซึ่งสามารถหาซื้อเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักและผลไม้สดได้ทุกวัน ในลักษณะใกล้เคียงกับตลาดสดในประเทศไทย มี Supermaket และ"mini mart" อยู่หลายแห่งคล้ายกับที่กรุงเทพฯ ซึ่งสามารถหาซื้อเครื่องกระป๋องและผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ  เครื่องปรุงอาหารไทย ส่วนใหญ่สามารถหาได้ในกรุงฮานอย หรือประยุกต์จากผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศอื่น (สิงคโปร์ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น )  การบริโภคอาหารและน้ำดื่มในเวียดนามต้องระมัดระวัง ควรซื้อน้ำดื่มที่บรรจุเป็นขวดหรือกรองน้ำแล้วต้มก่อนจะดื่ม การบริโภคอาหารประเภทผักผลไม้ต้องล้างให้สะอาดก่อน

การเดินทาง                  การเดินทางไปเวียดนามนั้นเราสามารถเดินทางไปเที่ยวโดยทางรถยนต์ได้ ซึ่งปัจจุบันนี้เส้นทางที่สะดวกในการข้ามแม่น้ำโขงนั้น คือข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย ลาว ที่จังหวัดหนองคายแล้วเดินทางโดยรถตู้หรือรถบัส ถ้าเป็นเวียดนามภาคกลาง (เมืองกวางตรี เว้ และดานัง) ก็ใช้เส้นทางหมายเลข 9 แขวงสวรรณเขตของลาวทางด้านจังหวัดมุกดาหาร ส่วนทางด้านเวียดนามค่อนทางภาคเหนือ (เมืองวินห์ ไฮฟอง และฮานอย) จะใช้เส้นทางหมายเลข 13 ใต้ เชื่อมต่อหมายเลข 8 ทางแขวงบริคำไชย (เมืองปากซัน) ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย

การขอวีซ่า                    นักท่องเที่ยวไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าเวียดนาม สามารถอยู่ภายในประเทศเวียดนามได้ 1 เดือน และ หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยสามารถรับวีซ่าเข้าประเทศเวียดนามได้ที่ สนามบินนานาชาติ และ ด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างประเทศ ลาวและ กัมพูชา หรือ ต้องการที่จะอยู่เวียดนามภายในระยะ 6 เดือน สำหรับ นักธุรกิจ

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  สถานทูตเวียดนาม ประจำประเทศไทย: Vietnamese Embassy in Thailand

สถานที่ตั้ง                :    เลขที่ 83/1 ถนน วิทยุ กรุงเทพฯ ติดกับ โรงแรม พลาซ่า แอทธินี

โทรศัพท์                  :   . 0-2251-5836-8/ 0-2251-7202/ 0-2251-3552

โทรสาร                   :     0-2251-7201

เวบไซด์                   :      http://www.vietnamembassy-thailand.org/en/

เวลาทำการ               :      วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30-16.00 น.

 

ทะเลสาบคืนดาบ  ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของเมืองเก่าฮานอยสำหรับนักเดินทางที่มาเยือนฮานอยซึ่งไม่ได้ ส่วนใหญ่นิยมหาที่พักในบริเวณเมืองเก่า สำหรับทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาถึงว่าครั้งอดีตพระเจ้าเลไทโตได้นำดาบวิเศษซึ่ง นำมาต่อสู้กับพวกหมิงจน สามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้วพระองค์ทรงลงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบ วิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวกันว่าเต่าได้ ขึ้นมาฉกดาบไปจากหัตถ์ของพระองค์ แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า "ทะเลสาบคืนดาบ" หากมองเข้าไปกลางทะเลสาบจะเห็นเจดีย์โบราณโผล่ ขึ้นพ้นน้ำ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า ทาพรัวซึ่งหมายถึงหอคอยเต่าและในปัจจุบัน ยังมีหลายคนบอกว่าเห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้                                                                                                                                                                                

 วัดเนินหยก  อยู่ใจกลางกรุงฮานอย วัดตั้งอยู่ในทะเลสาบกลางเมืองมีประวัติความ เป็นมา เกี่ยวข้องกับชื่อกรุงฮานอยามารถเดินข้ามจากฝั่งไปยังวัดได้โดยอาศัยสะพานโค้งสีแดง สดใสที่รู้จักกันในชื่อ เทฮกหรือสะพานแสงอาทิตย์ ด้านปลายสุดของสะพานมีเสาหินรูปแปรงอยู่ถัดจากขวดหมึก มีอักษรจีนจารึกไว้ว่า “จารึกบนฟ้าคราม” ที่บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ยังมีซากศาลาประชาคมหลังเล็กๆ ของหมู่บ้านอีกด้วย ชาวเวียดนาม เดินทางมาสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดแห่งนี้เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
 วิหารวรรณกรรม  หรือวันเหมียว สร้างในปี 1076 วิหารถูกเชื่อมต่อกับกว๊อกตื่อยาม ซึ่งเป็นโรงเรียนของพวกขุนนางและเป็น มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ ในสมัยราชวงศ์ตรันได้เปลี่ยนชื่อเป็น กว็อกฮ็อกเหวียน หรือ วิทยาลัยแห่งชาติในปี1235 เมื่อสอบได้ในระดับท้องถิ่นแล้วนักเรียนที่ปรารถนาจะเลื่อนชั้นขึ้นเป็นขุนนางระดับสูง ก็จะมาเล่าเรียนวรรณคดี ปรัชญา ภาษาจีนโบราณ และประวัติศาสตร์ที่นี่
 สุสานประธานาธิบดี โฮจิมินห์  ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสบาดิงห์ ใจกลางกรุงฮานอย เป็นสถานที่ ที่เก็บร่างอันไร้วิญญาณของ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วีรบุรุษที่ชาวเวียดนามทั่วทั้งประเทศให้ความเคารพ สุสานโฮจิมินห์เป็นอาคารทรงเรียบง่าย ซึ่งสร้างจำลองรูปแบบของสุสานเลนินในกรุงมอสโคว์สหภาพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1973 และทำพิธีเปิดเป็นทางการให้ประชาชนได้เข้าไปเคารพศพเมื่อปี ค.ศ.1975ศพอาบน้ำยาของลุงโฮนอน สงบนิ่งคล้ายคนนอนหลับอยู่ภายในโรงแก้ว สุสานแห่งนี้ห้ามนำกล้องถ่ายรูปตลอดจนกระเป๋าสะพานเข้าไปในสุสานเด็ดขาด ภายในสุสานมีระบบความปลอด ภัยอย่างเข้มงวด จึงไม่ควรส่งเสียงพูดคุย หรือหัวเราะเล่นกันในระหว่างเข้าชมเพื่อ แสดง ความเคารพและเป็นการให้เกียรติกับอดีตวีรบุรุษผู้นำคนสำคัญของชาวเวียดนาม
 เจดีย์เสาเดียว ตั้งอยู่ด้านหลังของสุสานประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1049 สมัยราชวงศ์หลี เจดีย์ไม้ที่งดงามแห่งนี้ตั้ง อยู่บนเสาเดียวอยู่กลางสระบัว สำหรับต้นไทรด้านหลังเจดีย์สาเดียวปลูกโดยท่านประธานาธิบดีเนห์รูแห่งประเทศอินเดีย ในปี ค.ศ.1958 ในระหว่างเดินทางมาเยือนประเทศเวียดนาม

พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ตั้งอยู่หลังสวนสาธารณะใกล้กับสุสานโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชม เมื่อปีค.ศ.1990 เป็นอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ ทันสมัยและมีการจัดการที่ดี ผู้เข้าเยี่ยมชมจะได้มีโอกาส สัมผัสเรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอก ราชตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาของวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ จนได้รับชัยชนะในการรวมประเทศเวียดนาม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

 ถนนสายเก่า  ถนนแห่งนี้มีทั้งหมด 36 สาย ซึ่งแต่ละถนนจะขายสินค้าเฉพาะอย่าง เป็นแหล่งขายของที่ระลึกและสินค้าพื้น เมืองที่ใหญ่ที่สุดของกรุงฮานอย เช่น ถนนผ้าไหม ถนนฝ้าย ถนนกระดาษ ถนนเครื่องเงินถนนน้ำตาล
 โรงละครหุ่นกระบอกน้ำ  การแสดงหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติทีเดียวและกำลัง จะสูญหายไปจากโลก หากไร้การสนับสนุนเนื่องว่าปัจจุบันนี้มีเพียงไม่กี่คณะเท่านั้นเอง การแสดงหุ่นกระบอก น้ำเริ่มต้น บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จากการที่บริเซณนี้มีน้ำท่วมทุกปีจึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ในการคิดค้นการละเล่นแบบหนึ่งขึ้นมาเพื่อสร้างความบันเทิงในระหว่างที่น้ำท่วมเป็นเวลานาน  สำหรับหุ่นกระบอกน้ำผู้แสดงจะอยู่หลังฉากซึ่งมีน้ำสูงถึงเอว เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นโดย ใช้ไม้ไผ่ลำยาว แต่เทคนิคการเชิดจะได้รับการรักษาไว้เป็นความลับ แต่เชื่อเถิดว่าหากได้เห็นการเชิดจะทราบ ว่าน่ารักและวนติดตามมากแม้จะฟังไม่ออกก็ตาม ในโรงละครหุ่นกระบอกน้ำปัจจุบันยังคงแสดงครบทั้ง12 องค์ มีเรื่องราวต่างๆ มากมายอันเป็นประเพณีและความเชื่อของชาวเวียดนาม
 อ่าวฮาลอง หรือ กุ้ยหลินเวียดนาม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเวียดนาม ชาวเวียดนามเรียกอ่าว ฮาลองว่า “วินห์ ฮาลอง” ในภาษาเวียดนามคำว่า“ฮาลอง”แปลว่า “มังกรร่อนลง” อ่าวฮาลองเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแห่งหนึ่งในโลกและด้วยความมหัศจรรย์ทาง ธรรมชาตินี้เอง องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้อ่าวฮาลองเบย์เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในปีค.ศ.1994 อ่าวฮาลองแห่งนี้กินเนื้อที่ 4,000 ตารางกิโลเมตร (1,500 ตารางไมล์) มีเกาะหินปูนน้อยใหญ่ กระจัดกระจาย มากกว่า 1,000 เกาะ ด้วยพลังคลื่นลมมหาศาลจากธรรมชาติกัดเซาะภูเขา หินปูนเหล่า นี้ต่อ เนื่องเนิ่นนานมาเป็นเวลานาน นับพันปี ภูเขาหินปูนรูปทรงประหลาดโผล่ขึ้นจากทะเลนับพันๆลูกเลย ทีเดียว
 วัดเทียน มู  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหอม วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนา นิกายเซน มีเจดีย์ เทียน หมุ ทรงเก๋งจีนแปด เหลี่ยมสูง ลดหลั่นกัน 7 ชั้น ตั้งเด่นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม วัดนี้มีความสำคัญทาง ด้านทางด้าน ประวัติศาสตร์ และการเมืองในช่วงยุคหลังสงคราม เมื่อเจ้าอาวาสของวัดนี้ลงประท้วงการฉ้อราษฏร์บังหลวงของรัฐบาลโง ดินห์ เดียมที่กรุงไซ่ง่อนด้วยการเผาตัวเอง ในปี ค.ศ. 1963ปัจจุบันรถเก๋งออสตินสีฟ้าที่ใช้เป็นยานพาหนะ พาท่านเดินทางไปยังกรุงไซ่ง่อนยังถูกเก็บรักษาและจัดแสดง ไว้ภายในวัดแห่งนี้ ตลาดดองบา ตลาดแห่งนี้มีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษนี้ จำหน่ายผลิตผลท้องถิ่นมากมายหลายชนิด รวมทั้งอาหารเลิศ รสต่างๆ ด้วย

สุสานพระเจ้าตือดึ๊ก  สร้างในปี 1864 ใช้เวลา 3 ปี ดูคล้ายกับพระราชวังหลวงจำลองขนาดเล็ก มีความงดงามกลมกลืนกับธรรม ชาติแวดล้อมอย่างดี การก่อสร้างใช้แรงงานคนถึง 3,000 คน พระเจ้าตือดึ๊กเป็นพระโอรสของพระ เจ้าเถี่ยวตรีและเป็น จักรพรรดิพระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์เหวียนที่ทรงครองราชย์นานที่สุดใน ราชวงศ์ถึง 36 ปี

สุสานพระเจ้าไคดิงห์ แตกต่างจากสุสานราชวงศ์เหวียนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง แลดูคล้ายปราสาทแถบยุโรป รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นการ ผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตกสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้เวลา11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรม ของพระเจ้าเบ๋าได่ ครองราชย์นาน 9 ปีในยุคอาณานิคมบันไดมังกรอันโอ่อ่านำขึ้นไปสู่ลานชั้นที่หนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไป ยังลานที่เรียงรายไปด้วยหินสลักรูปช้างม้า กับขุนนาง บู๊และบุ๋น ใจกลางลานมีแผ่นศิลาจารึก ด้วยตัวอักษรจีน นิพนธ์โดย พระเจ้าเบ๋าได่เพื่อ รำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ เมื่อเข้าไปข้างในจะยิ่งเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน พื้นปูกระเบื้องสีมีภาพจิตรกรรมขนาดใหญ่รูป “มังกรในม่านเมฆ” โดยจิตรกรที่เขียนภาพด้วย เท้า วาดประดับ บนเพดานห้องโถงกลางห้องมุขสีเขียวหยกนำไปสู่ทางซ้ายและขวา ภาพผนังสีสดใสประกอบ ขึ้นจากการ ฝังกระจกสีและกระเบื้องหลายพันชิ้นบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ภาพสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ดูสวยงามเจริญตา ต่างจากความมืดทึมด้านนอกของสุสานซึ่งมีรูปหล่อสำริดเท่าองค์จริงของพรเจ้าไคดิงห์ หล่อที่ฝรั่งเศสในปี 1922 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน

แม่น้ำหอม หรือที่ชาวเวียดนามออกเสียงว่าซงเฮืองกำเนิดมาจากบริเวณต้นน้ำที่อุดมไปด้วยดอกไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอมและร่วงหล่นลอยมากับสายน้ำ แม่น้ำหอมเป็นสายน้ำสั้นๆ น้ำจึงไม่ลึกแต่ใสสะอาด ไหลผ่านธรรมชาติที่งดงามสองฟาก ฝั่ง ทั้งแมกไม้ วัดวาอาราม รวมถึงสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน การนั่งเรือกาเว้ล่องลำน้ำหอมจึงนับเป็นโปรแกรม ท่องธรรมชาติที่คุณไม่ควรพลาด มีให้เลือหลายหลายรูปแบบตั้งแต่ การล่องเรือไปตามลำน้ำเพื่อแวะขึ้นชมพระราชสุสานของ เหล่าจักรพรรดิราชวงศ์เหวียน แต่หากมีเวลาน้อย นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือในช่วงสั้นๆ จากตัวเมืองเว้สู่วัดเทียนมูเพื่อชมเจดีย ์ 8 เหลี่ยม 7 ชั้นอันงดงาม ระหว่างทางคุณยังจะได้พบกับหมู่บ้านชาวน้ำให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ ชาวบ้านเหล่านี้ใช้เรือ เป็นที่อยู่อาศัยตลอดชีวิต มีอาชีพจับปลา ขุดทรายในแม่น้ำมาขายให้พ่อค้าคนกลาง ส่วนในยามเย็นนั้นนักท่องเที่ยวนิยมใช ้เวลาหลังอาหารค่ำลงเรือล่องลำน้ำหอมโดยเรือจะไม่ล่องไปไกลเหมือนในตอนกลางวัน แต่จะปล่อยให้เรือล่องลอยไปตามสาย น้ำที่ไหลเอื่อยๆ ท่ามกลางศิลปินนักร้องนักดนตรี ที่มาบรรเลงเพลงพื้นเมืองให้ฟังกันสดๆ

อุโมงค์หวิงห์มว๊อก  ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเว้มาทางทิศเหนือราว 65 กิโลเมตรนับจากอุโมงค์ใต้ดินที่คนทั้งหมู่บ้านอาศัย อยู่เป็น เวลาหลายปีเพื่อหลบภัยจากการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องในสมัยสงครามเวียดนาม แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะพากันอพยพไป อยู่ในส่วนอื่นๆของประเทศ แต่ชาวบ้านจำนวนกว่า300คน ที่ยังคงอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์คนรูแห่งนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี พ. ศ.2509-2514 ภายในเครือข่ายอุโมงค์ที่มีความยาวกว่า 2,000เมตรนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้นทีทางออกทั้งหมด 13 ทาง แต่ละชั้นจะมีการสร้างเป็นห้องต่างๆ ทางซ้ายและขวา โดยชั้นแรกมีจุดเด่นน่าชมอยู่ที่ห้องที่ใช้คลอดเด็กทารกถึง 17 คนชั้นที่ สองเป็นส่วนที่ใช้ในการประชุมในสมัยสงคราม จากนั้นจะมีทางเดินชั้น 3 ของอุโมงค์ซึ่งค่อนข้างชันควรใช้ความระมัดระวัง อุโมงค์หวิงห์มว๊อกสามาถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี เพียงแต่ในฤดูฝนอาจมีความลำบากในการเดินทางสักหน่อย และควรนำ ไฟฉายติดตัวมาด้วยเพราะทางเดินภายในอุโมงค์ค่อนข้างมืด

แม่น้ำหาน   ภายหลังที่แม่น้ำทีโบนในท่าเก่าอย่างฮอยอันเริ่มตื้นเขิน เนื่องจากแม่น้ำหลายสายเปลี่ยนเส้นทางเรือขนสินค้าจากต่าง แดนไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ เมืองดานังจึงถูกสร้างเป็นเมืองท่าแทนที่ฮอยอันเพราะด้วยลักษณะภูมิประเทศของดานังที่มีแม่ น้ำหานไหลผ่านใจกลางเมือง สะดวกต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ แต่แม่น้ำหานก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสายน้ำเศรษฐกิจที่ นำพาความเจริญ มาสู่เวียดนามกลางทว่าแม่น้ำสานี้ยังมีความสวยงามของทัศนียภาพที่ผลมผสานระหว่างเมืองท่าที่คึกคักกับ ธรรมชาตฺที่สวยงามของขุนเขาน้อยใหญ่ได้อย่างลงตัวหากคุณมาเยือนเมืองท่าดานังก็ควรหาเวลามาเดินเล่นที่ถนนเลียบแม่น้ำ หานเช่นกัน เพราะตังอยู่ไม่ไกลจากเมืองดานัง เดินทางมาสะดวก มีทางเดินเลียบแม่น้ำที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนย่อม สีเขียว วิวทิวทัศน์ก็สวยงามน่าชมตั้งแต่ยามเช้ามที่แสงแรกแห่งวัโผล่พ้นภูผา บรรยากาศยามเย็นก็น่าเดินเล่นพักผ่อน นอกจาก นี้ยังมีเรือดินเนอร์ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่บริดวณตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามโดยระหว่างล่องเรือคุณจะได้ ้ลิ้มรถอาหารเวียดนามไปพร้อมกับชมความสวยงามของแสงสีในยามค่ำคืน นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมของชนเผ่าจาม  สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1936 โดยรัฐบาลฝรั่งเศส นิทรรศการถูกจัดแสดงไว้ตามห้องที่สะท้อนถึงยุคสมัยต่าง ๆ ตามแหล่งกำเนิดของอารยธรรม คือ หมีเซิน , ตราเกียว , ด่งเดือง , นานเมิน เป็นต้นในเมืองฮอยอัน

วัดกาวได๋   เมื่อคุณมาเยือนวัดกาวได๋ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความแตกต่างจากวัดทั่งไปในศาสนาพุธด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสาน กันระหว่างความศรัทธากับวัฒนธรรมอันหลากหลาย เห็นได้จากการตกแต่งผนังโบสถ์ด้วยรูปปั้นของพระเยซู ขงจือ พระพุทธเจ ้า พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ ถัดเข้ามาภายในคุณจะพบกับสัญลักษณ์ที่สำคัญกับลัทธินี้คือลูกกลมที่ทำจากกระดาษระบาย สีเป็นรูปดวงตามีรัศมีของดวงอาทิตย์ล้อมรอบ วางอยู่ตรงกลางแท่นบูชา รอบๆมีพระพุทธรูป ขลจื๊อ เล่าจื๊อ นักบุญ และเทพเจ้าทั้งหลาย ประดิษฐานอยู่ ตามหลักการของลัทธินี้ที่พยายามนำเอาความศรัทธาทั้งหมดที่มีอยู่ในเวียดนามมาอยู่ภายใต้ผู้สร้างสูงสุด เพียงหนึ่งเดียวคือกาวได๋ โดยเริ่มจาก 3 ศาสนาหลักก่อนคือ พุทธ เต๋า ขงจื๊อ แต่ต่อมาขยายไปถึงศาสนาคริสต์ อิสลาม และลัทธิ ตามความเชื่ออื่นๆ

อ่าวดานัง  ห่างจากตัวเมืองดานังออกมาทางทิศเหนือราว 15 กิโลเมตร คุณจะได้พบกับชายหาดที่ทอดยาวขนานไปกับทิวเข้าสลับซับ ซ้อน หรือที่ชาวเวียดนามเรียกกันว่า อ่าวดานัง แม้ว่าที่นี้จะไม่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของหาดทรายที่ติดกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม เหมือนชายหาดขึ้นชื่ออย่างนอนเนื้อก แต่สิ่งที่คุณได้พบเห็นคือวิถีชีวิตชาวบ้านที่ใช้เรือกระจาดออกหาปลา เรือที่ทำจากไม้ไผ ่สานทั้งลำชันด้วยยา พาหนะล่องลอยเหนือแผ่นน้ำที่หาดูได้จากที่นี้เพียงแห่งเดียว ลักษณะของอ่าวดานังเป็นหาดทรายสีน้ำตาลเข้ม เต็มไปด้วยเรือกระจาดที่จอดเรียงรายอยู่ริมฝั่งตลอดจนเรือที่ออกหาปลา อยู่กลางทะเลทำให้ที่เหมะแก่การมาเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์มากกว่าที่จะลงเล่าน้ำสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งโรงเรียนและร้านอาหาร ก็ยังไม่มีมากนักนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงนั่งรถมาเพื่อชมวิวเพพลินๆจากนั้นก็กลับไปพักในตัวเมือง

ภูเขาหินอ่อน ที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองดานัง ประกอบด้วยเนินเขาน้อยใหญ่ 5 ลูกชาวเวียดนามจึงเรียกภูเขาหินอ่อนนี้ว่า ภูเขาแห่ง ธาตุทั้งห้าอดีตภูเขาเหล่านี้เคยเป็นกลุ่มของกาะนอกชายฝั่ง 5 เกาะแต่เนื่องมาจากการตกตะกอนปีแล้วปีเล่าทำให้กลายเป็นส่วน หนึ่งของแผ่นดินใหญ่ภายในภูเขามีแท่นบูชาของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าองค์อื่นๆตามความเชื่อของชาวบ้านที่ อาศัยอยู่ในแถบนั้น ภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ถุ่ยเซิน ซึ่งในอดีตชาวเมืองจามเคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาปัจจุบัน ถ้ำแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ศาสนาอยู่เช่นเดิม สำหรับจุดน่าสนใจในการเที่ยวชมภูเขาหินอ่อนแห่งนี้เริ่มตั้งแต่บริเวณทางขึ้นที่มีร้านค้าที่แกะสลักหินอ่อนเป็นลวดลาย ต่างๆให้เลือกซื้อเลือกชมจากนั้นผ่านบันไดทางขึ้นค่อนข้างชันมายังลานด้านบนมีทางเดินต่อไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมือง ดานังท่ามกลางขุนเขาบริวารน้อยใหญ่ได้อย่างสวยงามลอดจนถ้ำที่ดูลึกลับหลายแหล่งขากลับแนะนำให้เดินลงดอีกด้านหนึ่งเพราะ เป็นเส้นทางที่จะพาคุณไปสู่จุดชมวิวที่มองเห็นพื้นน้ำสีฟ้าครามของท้องทะเลดานังได้กว้างไกลสุดสายตาแล้วเจดีย์ทรงเก๋ที่มีความ สำคัญภายในภูเขาหินอ่อนอันเป็นจุดสุดท้าย

ของการเที่ยวชม

 วัดฟุกเกี๋ยน ที่ถนนตรันฝู สร้างในปี 1792 เป็นสถานที่พบปะของญาติมิตรร่วมแซ่หลายรุ่น ที่อพยพมาจากฝูเจี้ยนทางใต้ของจีน ที่วัดนี้คนเหล่านี้จะมาระลึกถึงชาติกำเนิดและบูชาบรรพบุรุษ เดิมเคยเป็นเจดีย์สร้างอุทิศให้กับลัทธิความเชื่อ เจ้าแม่เทียนเห่า มีงานไม้แกะสลักอันวิจิตรบรรจงจำนวนมาก
 พระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิเบ๋าได่  ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งเวียดนามได้รับการออกแบบและปลูกสร้างอยู่ใต้ร่มเงาของทิวสนใหญ่ ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้าง ถึง 5 ปี โดยเริ่มต้นก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2476 ซึ่งภายในตัวตึกมีห้องภาพของพระเจ้าเบ๋าได่ พระมเหสี พระโอรส ธิดา และมีห้องสำหรับทรงงานซึ่ง มีโทรศัพท์วางอยู่สองเครื่องด้วยกัน อีกเครื่องคาดว่าน่าจะเป็นของ เหวียนวันเทียว อดีตประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ หลังจากปี พ.ค. 1975 พระเจ้าเบ๋าได่ เสด็จออกจากประเทศเวียดนาม ไปพำนักยังประเทศฝรั่งเศส พระราชวังแห่งนี้จึงกลายเป็น ที่พักของเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์
 ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์  สำหรับไปรษณีย์กลางแห่งนี้ได้รับการออกแบบ และก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศส และได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระจกสี ได้รับการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2439 และสำเร็จในปี พ.ศ. 2444 ซึ่งที่นี่ยังเป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามอีกด้วย มีความโอ่โถงและอ่อนช้อยทว่ามั่นคงจนทำให้นักออกแบบมากมาย ต้องมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคารหลังนี้ เมื่อขายไปภายในอาคารไปรษณีย์ จะพบกับความโอ่โถงของตึก ภายใต้การออกแบบก่อสร้างในสไตล์ยุโรป ที่เน้นความอลังการและหรูหราภายใต้หลังคาโค้ง มีการประดับภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และที่ขาดไม่ได้คือภาพของอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์ โดยภายในมีบริการหลายด้านทั้งส่งจดหมาย แสตมป์เพื่อการสะสมโปสการ์ด โทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราค่าบริการมาตรฐานนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนเมืองนี้ต่างเข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในไปรษณีย์ เพื่อเก็บความประทับใจของอาคารสไตล์ยุโรปแห่งนี้

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-939-8500    พนักงานขาย วาเคชั่น ช้อยส์ ยินดีให้บริการทุกท่าน

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



ทวีปเอเชีย

ทัวร์ฮ่องกง article
ทัวร์เกาหลี article
ทัวร์ญี่ปุ่น article
ทัวร์มาเลเซีย article
ทัวร์สิงคโปร์ article
ทัวร์จีน article
ทัวร์ไต้หวัน article
ทัวร์พม่า article
ทัวร์กัมพูชา article
ทัวร์ลาว article
ทัวร์บาหลี article
ทัวร์อินเดีย article
ทัวร์ศรีลังกา article
ทัวร์เนปาล article
ทัวร์ภูฏาน article
ทัวร์บรูไน article
ทัวร์อิหร่าน article
ทัวร์มัลดิฟส์ article
ทัวร์ทิเบต article
ทัวร์มองโกเลีย article
ทัวร์เส้นทางสายไหม article
ทัวร์คานาสือ article
ทัวร์ฟิลิปปินส์
เที่ยวปากีสถาน



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
< QR-CODE http://www.vacation-choice.com

วาเคชั่น ช้อยส์
เลขที่ 11 ซ.พิบูลย์อุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. 10310
โทร : 02-939-8500(auto) แฟกซ์: 02-200-0001   
Hotline : 091-698-9894  E-mail :
info@vacation-choice.com